สะอึกบ่อย-นาน อย่าชะล่าใจ อาจเป็นสัญญาณโรคที่ซ่อนอยู่ ยิ่งร่วมอาการเหล่านี้ รีบไปตรวจ!

สะอึกเกิดจากอะไร? แล้วสะอึกนานแค่ไหนอันตราย อย่าชะล่าใจหากเกิดร่วมอาการเหล่านี้ เผยเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?
อาการสะอึกส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีแล้วหายไปเอง แต่หากสะอึกนานเกิน 48 ชั่วโมง เป็นซ้ำบ่อย หรือรุนแรงจนกินอาหาร นอนหลับ และหายใจลำบาก ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะอาจมีโรคหรือความผิดปกติบางอย่างซ่อนอยู่
หลายคนคุ้นเคยกับอาการสะอึกหลังรับประทานอาหารเร็วเกินไป กินจนอิ่มมาก หรือดื่มน้ำอัดลม แม้เหตุการณ์เหล่านี้มักไม่อันตราย แต่เมื่ออาการอยู่นานผิดปกติหรือเกิดซ้ำจนรบกวนชีวิตประจำวัน ร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณว่าควรได้รับการตรวจหาสาเหตุอย่างจริงจัง
สะอึกเกิดจากอะไร ทำไมร่างกายจึงส่งเสียง “ฮิก”?
อาการสะอึกเกิดจากกะบังลมหดเกร็งขึ้นอย่างฉับพลันและควบคุมไม่ได้ จากนั้นสายเสียงจะปิดลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียง “ฮิก” กะบังลมเป็นกล้ามเนื้อที่กั้นระหว่างช่องอกกับช่องท้องและมีบทบาทสำคัญต่อการหายใจ
อาการสะอึกช่วงสั้น ๆ มักถูกกระตุ้นจากการรับประทานอาหารมากเกินไปหรือเร็วเกินไป ดื่มน้ำอัดลม ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารร้อนหรือรสจัด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ความตื่นเต้น และความเครียด
สะอึกนานแค่ไหน จึงเรียกว่าผิดปกติและควรพบแพทย์?
อาการสะอึกทั่วไปมักหายภายในเวลาไม่กี่นาที หากสะอึกต่อเนื่องนานกว่า 48 ชั่วโมง ทางการแพทย์จัดว่าเป็นอาการสะอึกต่อเนื่องหรือสะอึกเรื้อรังระยะแรก ซึ่งควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์
แม้อาการยังไม่ถึง 48 ชั่วโมง แต่หากสะอึกรุนแรงจนรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ นอนหลับ พูด หรือหายใจลำบาก ก็ควรพบแพทย์เช่นกัน ส่วนผู้ที่สะอึกเป็นประจำและเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิต ไม่ควรรอให้อาการต่อเนื่องหลายวันจึงค่อยไปตรวจ

สะอึกบ่อยและสะอึกนาน เสี่ยงโรคอะไรบ้าง?
อาการสะอึกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ แต่การสะอึกนานผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองเส้นประสาทที่ควบคุมกะบังลม ความผิดปกติของสมองและระบบประสาท โรคในช่องอกหรือช่องท้อง ปัญหาด้านการเผาผลาญ รวมถึงผลจากยาบางชนิด
1. โรคกรดไหลย้อนและความผิดปกติของหลอดอาหาร
กรดจากกระเพาะอาหารที่ไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหารอาจกระตุ้นหรือระคายเคืองเส้นประสาทเวกัส ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงจรการเกิดอาการสะอึก ผู้ที่มีกรดไหลย้อนอาจมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือรู้สึกมีรสเปรี้ยวในปากร่วมด้วย
ความผิดปกติบริเวณลำคอและกล่องเสียง เช่น เจ็บคอหรือกล่องเสียงอักเสบ ก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการสะอึกต่อเนื่องได้เช่นกัน แพทย์อาจพิจารณาตรวจระบบทางเดินอาหารเพิ่มเติมหากมีอาการกลืนลำบากหรืออาการกรดไหลย้อนร่วมด้วย
2. โรคปอดและความผิดปกติภายในช่องอก
กะบังลมอยู่ติดกับปอดและอวัยวะภายในช่องอก การอักเสบหรือความผิดปกติบริเวณนี้จึงอาจกระตุ้นให้เกิดอาการสะอึก เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
หากสะอึกร่วมกับไข้ ไอ เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือเหนื่อยผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว อาการเหล่านี้อาจต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยภาพเอกซเรย์ทรวงอกหรือการตรวจหัวใจตามดุลยพินิจของแพทย์
3. โรคทางสมองและระบบประสาท
สมองและระบบประสาทมีส่วนควบคุมวงจรการหายใจและการสะอึก ความผิดปกติบางชนิดจึงอาจทำให้สะอึกต่อเนื่อง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกในสมอง สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือการบาดเจ็บรุนแรงที่สมอง
โรคเหล่านี้ไม่ใช่สาเหตุที่พบได้บ่อยในผู้ที่สะอึกทั่วไป แต่ต้องระวังหากมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย โดยเฉพาะแขนขาอ่อนแรงหรือชา ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซ มองเห็นผิดปกติ ปวดศีรษะรุนแรง หรือสูญเสียการทรงตัว
4. โรคไตและความผิดปกติของเกลือแร่
เมื่อไตทำงานบกพร่องจนมีของเสียสะสมในเลือด อาจส่งผลต่อระบบประสาทและกระตุ้นให้เกิดอาการสะอึกเรื้อรังได้ นอกจากนี้ ระดับโซเดียม โพแทสเซียม หรือเกลือแร่ชนิดอื่นที่สูงหรือต่ำผิดปกติก็อาจเกี่ยวข้องกับอาการสะอึกนานเช่นกัน
แพทย์อาจตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไต ระดับเกลือแร่ ระดับน้ำตาล และสัญญาณของการติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาหลายชนิด
5. โรคเบาหวานและความผิดปกติด้านการเผาผลาญ
ภาวะที่ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ รวมถึงเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี อาจมีความเกี่ยวข้องกับอาการสะอึกต่อเนื่องในผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจหาสาเหตุร่วมกับอาการอื่น ไม่ควรสรุปจากการสะอึกเพียงอย่างเดียวว่าเป็นโรคเบาหวาน
6. โรคในช่องท้อง ตับ ถุงน้ำดี และตับอ่อน
อวัยวะในช่องท้องที่อยู่ใกล้กะบังลมสามารถกระตุ้นอาการสะอึกได้เมื่อเกิดการอักเสบหรือความผิดปกติ ตัวอย่างโรคที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ ถุงน้ำดีอักเสบ ตับอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ และก้อนผิดปกติบางชนิดในช่องท้อง
ควรสังเกตอาการร่วม เช่น ปวดท้องส่วนบน คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปัสสาวะสีเข้ม หรือตัวเหลืองตาเหลือง หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับสะอึกต่อเนื่อง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ
7. ผลจากยา การผ่าตัด และแอลกอฮอล์
ยาบางประเภทอาจกระตุ้นให้เกิดอาการสะอึกต่อเนื่อง เช่น ยาระงับประสาท ยาที่ใช้ในการดมยาสลบ และยาสเตียรอยด์บางชนิด ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มสะอึกหลังได้รับการผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัดบริเวณช่องอกหรือช่องท้อง
การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากและภาวะผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์ก็อาจเกี่ยวข้องได้ หากสงสัยว่ายาที่ใช้อยู่เป็นสาเหตุ ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง แต่ควรนำรายชื่อยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปปรึกษาแพทย์
สะอึกร่วมกับอาการแบบไหน ต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ควรไปโรงพยาบาลทันที หากอาการสะอึกเกิดพร้อมอาการทางระบบประสาท เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา พูดไม่ชัด เดินเซ มองเห็นผิดปกติ สับสน หรือปวดศีรษะรุนแรง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมองหรือความผิดปกติในสมอง
อาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ไข้สูง ไอมาก หมดสติ หรือกลืนอาหารไม่ได้ ก็เป็นสัญญาณที่ไม่ควรรอดูอาการอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต หรือผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด
สะอึกไม่หาย แพทย์ตรวจหาสาเหตุอย่างไร?
แพทย์จะสอบถามระยะเวลาและความถี่ของอาการ สิ่งกระตุ้น โรคประจำตัว การผ่าตัดที่ผ่านมา รวมถึงยาและอาหารเสริมที่กำลังใช้ จากนั้นอาจตรวจร่างกายและระบบประสาท เช่น การทรงตัว กำลังกล้ามเนื้อ การตอบสนองของเส้นประสาท การมองเห็น และการรับสัมผัส
หากสงสัยว่ามีโรคซ่อนอยู่ อาจมีการตรวจเลือด เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ส่องกล้องทางเดินอาหาร หรือถ่ายภาพด้วย CT และ MRI การตรวจที่เลือกใช้จะแตกต่างกันตามอาการร่วมและความเสี่ยงของแต่ละคน
วิธีแก้สะอึกเบื้องต้น ทำอย่างไรได้บ้าง?
อาการสะอึกช่วงสั้นส่วนใหญ่มักหายเอง วิธีที่อาจช่วยได้ ได้แก่ จิบน้ำเย็นช้า ๆ กลั้นหายใจช่วงสั้น หรือดึงเข่าเข้าหาหน้าอกแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้ไม่ได้ผลกับทุกคนและยังไม่มีวิธีใดรับประกันว่าจะหยุดสะอึกได้ทันที
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเร็วหรือมากเกินไป ลดน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ และอาหารที่ทำให้ท้องอืด รวมถึงแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กลง ไม่ควรใช้วิธีที่เสี่ยงต่อการสำลัก ขาดอากาศ หรือทำให้ได้รับบาดเจ็บ
สะอึกนานและบ่อย อย่ารักษาเองด้วยยา
การรักษาอาการสะอึกเรื้อรังต้องมุ่งแก้สาเหตุ เช่น รักษากรดไหลย้อน ปอดอักเสบ หรือความผิดปกติของเกลือแร่ หากตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาบางชนิดเพื่อควบคุมอาการตามความเหมาะสม
ยาที่ใช้รักษาสะอึกเรื้อรังอาจมีผลข้างเคียงและไม่เหมาะกับทุกคน จึงไม่ควรหาซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ใช้ยาหลายรายการ
สรุป สะอึกบ่อยเป็นโรคอะไร และควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
อาการสะอึกส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมใกล้ตัวและหายได้เอง แต่การสะอึกนานกว่า 48 ชั่วโมง สะอึกกลับมาเป็นบ่อย หรือรุนแรงจนกระทบการกิน การนอน และการหายใจ อาจเกี่ยวข้องกับโรคในระบบทางเดินอาหาร ปอด สมอง ไต การเผาผลาญ หรือผลข้างเคียงจากยา
สิ่งสำคัญคือไม่ต้องตื่นตระหนกและไม่ควรวินิจฉัยโรคจากอาการสะอึกเพียงอย่างเดียว หากอาการไม่หายหรือมีสัญญาณผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

